
ขายฝากที่ดิน-บ้าน อย่างไร? ให้ปลอดภัย ไม่โดนโกง "ขายฝาก" ต่างจากการจำนองตรงที่ กรรมสิทธิ์ในที่ดินจะตกเป็นของผู้ซื้อฝากทันที ตั้งแต่วันทำสัญญา! ดังนั้นต้องรอบคอบเป็นพิเศษ วันนี้สำนักงานกฎหมายของเราสรุปประเด็นสำคัญตามกฎหมายใหม่มาให้ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ ทำสัญญาขายฝากให้ถูกต้องตามกฎหมาย ต้องทำที่สำนักงานที่ดิน: สัญญาต้องเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อหน้าเจ้าหน้าที่เท่านั้น ระยะเวลาไถ่ถอน: ต้องไม่ต่ำกว่า 1 ปี และไม่เกิน 10 ปี ราคาและดอกเบี้ย: สินไถ่ (ราคาไถ่คืน) เมื่อคำนวณเป็นดอกเบี้ยแล้ว ต้องไม่เกิน 15% ต่อปี หน้าที่ของผู้ซื้อฝาก (เจ้าหนี้) ที่ต้องรู้! กฎหมายใหม่กำหนดให้ผู้ซื้อฝากต้องมีหนังสือแจ้งล่วงหน้าไปยังผู้ขายฝาก เพื่อเตือนให้มาไถ่ถอน: ระยะเวลาแจ้ง: ต้องแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 เดือน แต่ไม่เกิน 6 เดือนก่อนวันครบกำหนด สาระสำคัญ: ต้องระบุวันครบกำหนด, จำนวนเงินที่ต้องไถ่ และสถานที่ไถ่ถอนให้ชัดเจน หากผู้ซื้อฝากไม่แจ้งตามกำหนด ผู้ขายฝากจะได้สิทธิ์ขยายเวลาไถ่ถอนออกไปอีก 6 เดือนโดยอัตโนมัติ! ใครบ้างที่มีสิทธิ์ "ไถ่" หรือ "รับไถ่"? คนไถ่: ผู้ขายฝากเอง, ทายาท หรือผู้รับโอนสิทธิตามสัญญา คนรับไถ่: ผู้ซื้อฝาก, ทายาท หรือผู้รับโอนทรัพย์ที่ขายฝากนั้นไป หาตัวผู้ซื้อไม่เจอ หรือผู้ซื้อไม่ยอมรับเงิน... ทำยังไง? ไม่ต้องกังวล หากถึงวันครบกำหนดแล้วมีเหตุทำให้ไถ่กับตัวผู้ซื้อไม่ได้ ให้ไป "วางทรัพย์" ภายใน 30 วันนับจากวันครบกำหนด ที่หน่วยงานรัฐดังนี้: - สำนักงานบังคับคดีทั่วประเทศ - สำนักงานที่ดินจังหวัด - สำนักงานที่ดินที่รับจดทะเบียนขายฝาก การวางทรัพย์ถือว่าเราได้ไถ่ถอนทรัพย์สินนั้นคืนโดยสมบูรณ์แล้ว สิทธิการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ผู้ขายฝาก: ยังสามารถใช้ประโยชน์ในที่ดินหรือที่อยู่อาศัยนั้นได้ตามปกติ จนกว่าจะหมดสัญญาไถ่ถอน ถ้าไถ่คืนไม่ทัน: ต้องส่งมอบทรัพย์สินตามสภาพที่เป็นอยู่ ส่วนผลผลิตทางการเกษตรต้องขนย้ายออกภายใน 6 เดือน